นักลงทุนไปหาหุ้นมาจากที่ไหน??

วิธีการหาหุ้นแนวปัจจัยเบื้องต้น หลายคนที่เป็นมือใหม่หรือมือไม่ใหม่ก็ชอบกำเนิดปัญหาบ่อยๆว่า

นักลงทุนหาหุ้นจากไหน หุ้นตลาดมีตั้งห้าร้อยหกร้อยตัว พวกเราจะสามารถหาหุ้นที่พื้นฐานดียังไงได้บ้าง

ผมขอชี้แจงแนวทางของผมที่ผมใช้เองให้ทดลองดูกัน ถูกใจวิธีไหนทดลองไปปรับใช้ดูได้ โดยแนวทางแบ่งได้ 2 ส่วนหลักดังต่อไปนี้ เป็น top-down กับ bottom-up

  1. top-down เป็น การมองจากภาพใหญ่ลงมาหาภาพย่อย ส่วนใหญ่เป็นการมองจากปัจจัยระดับประเทศ ระดับอุตสาหกรรม ไปจนกระทั่งระดับบริษัท วิธีนี้ชอบให้ภาพที่เป็นองค์รวมกว่า ได้หุ้นในกรุ๊ปที่ใกล้เคียงกันแล้วก็เทียบกันได้ง่าย

1.1 มองจาก mega trend พวกเราเริ่มดูจากสาเหตุระดับประเทศก่อนว่ากรุ๊ปอุตสาหกรรมไหนบ้างที่จะได้ผลดีในแนวโน้มประเทศในทศวรรตหน้า เช่น เทรนด์ 4G เทรนด์สังคมคนสูงอายุ เทรนด์ AEC ก่อนที่จะไปพินิจพิจารณาแบ่งย่อยรายอุตสาหกรรมว่ามีบริษัทไหนบ้างที่จะได้ผลดีมากมาย หรือพื้นฐานบริษัทมีความแข็งแกร่งเหมาะสมกับการลงทุน

1.2 มองจากอุตสาหกรรมที่ถนัด พวกเราเริ่มดูจากรายอุตสาหกรรมที่พวกเราถนัดเนื่องจากจะพินิจพิจารณาได้ง่าย ซึ่งพวกเราก็น่าจะลงทุนในสิ่งที่พวกเราเข้าใจและก็พอใจจริงๆได้แก่ตัวผม ผมเลือกวิเคราะห์หุ้นกลุ่มบริการเป็นขั้นตอนแรก เพราะตรงกับสายที่เรียนมาและก็ยังมีความชื่นชอบเป็นพิเศษอีกด้วย

bottom-up เป็น การมองจากภายเล็กขึ้นไปหาภาพใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นการเลือกบริษัทที่มองน่าดึงดูด

  1. แล้วเริ่มพินิจพิจารณาใหม่จากปัจจัยระดับประเทศไล่ลงมาอีกทีโดยอิงกับบริษัทนั้น แนวทางนี้จะมีคุณประโยชน์กับธุรกิจหรือบริษัทที่มีความโดดเด่นอยู่ในอุตสาหกรรมที่น่าเบื่อ เพราะเหตุว่าถ้าหากเราดูแต่ top-down พวกเราอาจจะคัดเลือกไว้คราวหลังของการลงทุนจนถึงสูญเสียจังหวะดีๆไป

2.1 มองจากรายนามหุ้นในดัชนี้อุตสาหกรรม เลือกหุ้นจากดรรชนีที่มีการจัดไว้แล้ว เช่น ดรรชนี SET50 SET100 SETHD MSCI ฯลฯ โดยส่วนมากหุ้นในดรรชนีกลุ่มนี้ชอบมีขนาดใหญ่และก็น่าดึงดูด ไม่แปรผันแตกต่างจากตลาดมากมาย เหมาะกับการเริ่มต้นเล่าเรียนในช่วงแรก

2.2 มองจากรายนามที่ได้มาจากงานสัมมนาต่างๆที่น่าไว้วางใจ เลือกหุ้นจากงานประชุมสัมมนาหรือรายการหรือกิจกรรมต่างๆที่น่าไว้ใจมาวิเคราะห์ต่อเป็นรายตัวไป อย่างเช่น SET in the CITY MONEY TALK ฯลฯ เพราะเหตุว่าหุ้นพวกนี้มักมีความน่าสนใจและธรรมาภิบาลดีในระดับหนึ่งจนกระทั่งขั้นเอามาแนะนำต่อได้

2.3 อ่านจากข่าวสารหรือกระแสในสังคม เลือกหุ้นจากข่าวสารหรือกระแสที่น่าดึงดูด ควรเลือกจากแหล่งข้อมูลที่น่าไว้ใจ แม้กระนั้นถึงแม้ว่ามาจากข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ ก็ศึกษาได้ แม้กระนั้นต้องละเอียดรอบคอบเพิ่มมากขึ้นเพื่อลดอคติลง

2.4 เดินดูจากสินค้าจริง ลองเดินไปดูตามห้าง หรือเวลาเดินทางไปไหนมาไหนทดลองดูป้ายโฆษณาต่างๆว่ามีหุ้นไหนที่ขายของหรือบริการอยู่ในชีวิตประจำวันบ้าง แนวทางลักษณะนี้จะให้ภาพที่แจ่มชัดมากขึ้นไปอีก เพราะว่าพวกเราได้มองเห็นธุรกิจจริง เวลาไปพินิจพิจารณางบหรือธุรกิจต่อจะเข้าใจง่าย

2.5 สแกนจากงบประมาณหรือพารามิเตอร์ต่างๆ หลายเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชันมีเครื่องไม้เครื่องมือช่วยสแกนหุ้น โดยพวกเราบางทีอาจจะระบุค่าสำคัญต่างๆได้แก่ P/E , ROE , EPS ฯลฯ พวกเราจะพอใช้หุ้นรากฐานดีมาอย่างคร่าวๆปริมาณหนึ่ง ซึ่งก็เอามาแกะต่อเรียงตัวได้ อีกทั้ง 2 แนวทางหลัก 7 แนวทางย่อยเป็นเพียงแต่แนวทางอย่างคร่าวๆสำหรับผู้ริเริ่มเพียงแค่นั้น แต่ว่าถ้าหากทำใหม่ไปเรื่อยพวกเราก็จะพบว่าพวกเราได้ทราบจะหุ้นมากขึ้นอย่างใหญ่โตอย่างไม่รู้ตัว สำหรับวิธีที่ผมใช้ เป็น การนำสรุปธุรกิจในใบสารสนเทศของทุกบริษัทมานั่งอ่าแม่น้ำละตัว เลือกเฉพาะธุรกิจที่น่าดึงดูด ก่อนที่จะเอามาวิเคราะห์ธุรกิจและงบประมาณต่อในคราวหลัง ทีแรกๆอาจจะคัดเลือกหุ้นมาได้สัก 150 ตัว พอเพียงวิเคราะห์ธุรกิจลึกๆบางทีอาจจะเหลือเพียง 50 ตัว ที่เหลือก็มาประมาณค่าหุ้นอีกทั้ง 50 ตัวนั้นเพื่อรอคอยจังหวะราคาต่ำกว่าราคาพื้นฐานเพื่อรอคอยเข้าซื้อ

Author: Clifton Mason